Back

เทคนิคสร้างแบรนด์ให้แตกต่างในตลาดยุคออนไลน์ สร้างภาพจำให้คนจดจำ

Fast Fact

Fast Fact

Fast Fact

สิ่งที่น่าสนใจ

Summarize this article with AI

เวลาคนเปิด TikTok เลื่อน Facebook หรือค้นหาสินค้าบน Google สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้บริโภคกำลังเห็นแบรนด์ใหม่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร เสื้อผ้า สกินแคร์ คาเฟ่ หรือธุรกิจบริการ ทุกอย่างแข่งขันกันบนหน้าจอเดียวกันทั้งหมด จนหลายครั้งลูกค้าเองก็เริ่มรู้สึกว่าแบรนด์ต่าง ๆ ดูคล้ายกันไปหมด ทั้งวิธีพูด รูปแบบคอนเทนต์ โทนงานออกแบบ หรือแม้แต่สไตล์การขาย

ปัญหาที่หลายธุรกิจเริ่มเจอจึงไม่ใช่แค่เรื่องยอดขายอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการทำยังไงให้ “คนจำแบรนด์ได้” ท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่งจำนวนมาก เพราะต่อให้สินค้าดีแค่ไหน แต่ถ้าภาพจำของแบรนด์ยังไม่ชัด ลูกค้าก็อาจเลื่อนผ่านไปเหมือนคอนเทนต์ทั่วไปที่เห็นในแต่ละวัน

บางแบรนด์มีสินค้าดีมาก แต่ภาพลักษณ์ยังไม่ชัดเจน บางแบรนด์ยิงโฆษณาเยอะ แต่คนกลับจำไม่ได้ว่าแตกต่างจากคู่แข่งยังไง ขณะที่บางธุรกิจแทบไม่ได้ใช้เงินการตลาดมหาศาล แต่กลับมีคนพูดถึงต่อเนื่อง เพราะแบรนด์มีตัวตนชัดเจนจนลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

วันนี้เราจะพาไปดูเทคนิคสร้างแบรนด์ให้แตกต่างในตลาดยุคออนไลน์ พร้อมวิธีสร้างตัวตนให้ชัดขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ง่าย และทำให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในระยะยาว

3 เทคนิคสร้างแบรนด์ให้แตกต่างในตลาดยุคออนไลน์ 

1. เลิกพยายามเป็นเหมือนทุกคน

หนึ่งในสาเหตุที่หลายแบรนด์ดูคล้ายกัน เพราะทุกคนกำลังพยายามทำตามสิ่งที่ตลาดนิยมอยู่ในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบคอนเทนต์ การตัดต่อคลิป โทนการพูด หรือสไตล์งานออกแบบ พอแบรนด์จำนวนมากเริ่มใช้วิธีเดียวกัน ภาพรวมของตลาดจึงดูเหมือนกันไปหมด จนลูกค้าเริ่มแยกไม่ออกว่าแบรนด์ไหนเป็นใคร

หลายธุรกิจพอเห็นคู่แข่งใช้โทนสนุกก็เริ่มทำตาม พอเห็นคลิปแนวไหนไวรัลก็รีบทำแบบเดียวกัน หรือบางครั้งเห็นแบรนด์อื่นใช้คำพูดแบบไหนแล้วได้ยอด ก็เริ่มลอกวิธีสื่อสารมาใช้โดยไม่ได้คิดว่าจริง ๆ แล้วเหมาะกับตัวตนของธุรกิจตัวเองหรือไม่

สุดท้ายแม้คอนเทนต์อาจมียอดวิว แต่ภาพจำของแบรนด์กลับไม่ชัดขึ้นเลย เพราะคนดูรู้สึกว่าแบรนด์นี้ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นในตลาด

การสร้างแบรนด์ให้แตกต่างจึงเริ่มจากการกล้าชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองเป็น มากกว่าการพยายามวิ่งตามทุกกระแสตลอดเวลา เพราะแบรนด์ที่คนจำได้ มักเป็นแบรนด์ที่มีตัวตนชัด ไม่ใช่แบรนด์ที่พยายามเหมือนทุกคนไปทั้งหมด

บางแบรนด์อาจเลือกสื่อสารแบบเรียบง่าย ดู Premium และเน้นภาพลักษณ์ที่สะอาดตา ขณะที่บางธุรกิจใช้ความสนุก ความเป็นกันเอง หรืออารมณ์ตลกเป็นจุดเด่นในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งไม่มีแบบไหนถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการหาเอกลักษณ์ของตัวเองให้เจอ และสื่อสารออกมาอย่างสม่ำเสมอ

2. หาเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้เจอ

หลายคนเริ่มต้นสร้างแบรนด์จากการทำโลโก้หรือเลือกสี แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่าแบรนด์มีเอกลักษณ์อะไรที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกแตกต่าง เพราะต่อให้โลโก้สวยแค่ไหน แต่ถ้าภาพรวมของแบรนด์ยังไม่มีตัวตนชัด ลูกค้าก็อาจจำไม่ได้อยู่ดี

เอกลักษณ์ของแบรนด์อาจไม่ได้อยู่แค่เรื่องภาพเสมอไป แต่อาจอยู่ที่วิธีพูด วิธีบริการ วิธีเล่าเรื่อง หรือมุมมองที่แบรนด์มีต่อสินค้าและลูกค้า

บางร้านอาหารมีเสน่ห์จากการบริการที่เป็นกันเองจนลูกค้ารู้สึกเหมือนไปกินร้านเพื่อน บางแบรนด์เสื้อผ้ามี Mood & Tone ชัดจนคนเห็นภาพก็รู้ทันทีว่าเป็นแบรนด์ไหน ขณะที่บางธุรกิจใช้วิธีเล่าเบื้องหลังสินค้า จนทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เวลาคิดเรื่อง Branding จึงควรถามตัวเองว่า ถ้าเอาโลโก้ออก ลูกค้ายังจำแบรนด์นี้ได้ไหม เพราะแบรนด์ที่แข็งแรงจริง ๆ มักมีตัวตนชัดเจนเกินกว่าจะพึ่งแค่ภาพอย่างเดียว

บางครั้งสิ่งเล็ก ๆ อย่างวิธีตอบคอมเมนต์ การเลือกใช้คำ หรือสไตล์การถ่ายภาพ ก็กลายเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างภาพจำได้มากกว่าที่คิด เพราะรายละเอียดเหล่านี้คือสิ่งที่ลูกค้าเห็นซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่เจอแบรนด์บนออนไลน์

3. Storytelling ทำให้แบรนด์ดูมีชีวิตมากขึ้น

เวลาคนรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์ ส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “มีเรื่องราว” และมีตัวตนจริง ๆ อยู่เบื้องหลัง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Storytelling ถึงกลายเป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญของการสร้างแบรนด์ เพราะการเล่าเรื่องช่วยให้ธุรกิจดูมีชีวิตมากขึ้น และทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ได้ง่ายกว่าเดิม

บางแบรนด์เล่าเรื่องจุดเริ่มต้นของธุรกิจ บางแบรนด์แชร์เบื้องหลังการทำงาน หรือบางธุรกิจเล่าความตั้งใจในการเลือกวัตถุดิบและวิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังสินค้า แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่กลับช่วยสร้างความรู้สึกบางอย่างให้ลูกค้าได้มากกว่าการพูดขายของตรง ๆ ตลอดเวลา

เพราะสุดท้ายแล้ว คนมักจำ “ความรู้สึก” ได้ดีกว่าการจำรายละเอียดสินค้าเสมอ แบรนด์ที่มีเรื่องเล่า จึงมักดูมีมิติมากกว่าแบรนด์ที่เน้นขายอย่างเดียว

Storytelling ยังช่วยให้แบรนด์ดูเป็นมนุษย์มากขึ้นด้วย เพราะลูกค้ารุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้อยากสนับสนุนแค่สินค้า แต่กำลังเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่ตัวเองรู้สึกเชื่อมโยงและรู้สึกว่ามีตัวตนจริง ๆ เช่นกัน

สรุปได้ว่าการสร้างแบรนด์ให้แตกต่างในตลาดยุคออนไลน์ ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจต้องทำอะไรที่แปลกที่สุดหรือไวรัลที่สุดเสมอไป แต่คือการทำให้คนจดจำได้ว่าแบรนด์นี้คือใคร มีตัวตนแบบไหน และให้อารมณ์ความรู้สึกแบบใดเวลาที่ลูกค้าเห็น

แบรนด์ที่แข็งแรงส่วนใหญ่มักมีจุดยืนชัดเจน รู้ว่ากำลังสื่อสารกับใคร และกล้าสื่อสารในแบบของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวิธีพูด วิธีเล่าเรื่อง รูปแบบคอนเทนต์ หรือภาพลักษณ์โดยรวม ทุกอย่างล้วนช่วยสร้างภาพจำให้กับลูกค้าได้ทั้งนั้น

รวมถึงการทำ Storytelling การสร้าง Mood & Tone และการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ดูมีชีวิตมากขึ้น และทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับธุรกิจได้ง่ายกว่าเดิม

เพราะสุดท้ายแล้ว คนอาจลืมรายละเอียดของสินค้าได้ แต่ความรู้สึกที่มีต่อแบรนด์ มักเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำได้นานกว่าเสมอ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้บางแบรนด์ถูกเลือกซ้ำ แม้ในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยคู่แข่งจำนวนมากก็ตาม

หากธุรกิจของคุณกำลังเริ่มสร้างแบรนด์ และอยากวางภาพลักษณ์ให้คนจดจำได้มากขึ้น BEP Digital Agency พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่การวาง Branding ไปจนถึงการทำคอนเทนต์และการตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจเติบโตในระยะยาว

{{CTABrand="/blog"}}

Blogs Recommended
Become a client

Our clients get the best results when they have our team dedicated to their business for extended periods of time.

This is why we are looking for ongoing collaboration where our professionals are like your team members who just happen to be remote. Ready to move forward?

Blog image
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.

Head Office

719  Mint Tower
Banthat Thong Road, Wang Mai, Pathum Wan district, Bangkok 10330

Phone

095-834-2460

Back to top