Back

เปรียบเทียบ 5 Website Builder ยอดฮิตปี 2026: (Wix vs WordPress vs Shopify) ตัวไหนคุ้มค่าที่สุด?

Fast Fact

Fast Fact

Fast Fact

สิ่งที่น่าสนใจ

การทำเว็บไซต์ในปี 2026 ไม่ได้ยากเหมือนเมื่อก่อน เพราะมีเครื่องมือช่วยสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปหรือที่เรียกว่า Website Builder ให้เลือกหลากหลายแพลตฟอร์ม ตั้งแต่ระบบลากวางสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงระบบที่รองรับการปรับแต่งระดับมืออาชีพ 

วันนี้เราจะพาไปเปรียบเทียบ 5 Website Builder ยอดนิยม ได้แก่ Wix, WordPress, Shopify, Webflow และ Squarespace โดยวิเคราะห์ทั้งด้านความง่ายในการใช้งาน ความยืดหยุ่นด้าน SEO ความเหมาะสมกับธุรกิจ และความคุ้มค่า เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจทำเว็บไซต์ได้อย่างมั่นใจ ไปดูกันเลย!

Website Builder คืออะไร ?

Website Builder คือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง ส่วนใหญ่จะมีระบบ Template และเครื่องมือ Drag & Drop ให้ใช้งาน ทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถสร้างเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น ลดต้นทุนการจ้างนักพัฒนาในระยะเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม แต่ละแพลตฟอร์มมีข้อจำกัดต่างกัน บางระบบเหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็ก บางระบบเหมาะกับการทำ SEO ระยะยาว หรือบางระบบออกแบบมาเพื่อ E-commerce โดยเฉพาะ ดังนั้นการเลือกแพลตฟอร์มให้ตรงกับเป้าหมายจึงสำคัญมาก

เปรียบเทียบ 5 Website Builder ยอดฮิตปี 2026

1. Wix ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น

Wix ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น
ที่มาภาพ: wix

Wix เป็นหนึ่งใน Website Builder ที่ใช้งานง่ายที่สุดในตลาด จุดเด่นคือระบบ Drag & Drop ที่ไม่ต้องมีพื้นฐานเทคนิคก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ทันที มี Template ให้เลือกหลากหลาย และมี Hosting รวมอยู่ในแพ็กเกจ

ข้อดีของ Wix คือความสะดวกและความเร็วในการเริ่มต้น เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก หรือผู้ที่ต้องการเว็บไซต์เพื่อแสดงข้อมูลเบื้องต้น แต่ในด้าน SEO และการปรับแต่งเชิงลึกยังไม่ยืดหยุ่นเท่า WordPress โดยเฉพาะหากต้องการทำ Content Marketing จริงจังในระยะยาว

2. WordPress ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับสาย SEO

WordPress ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับสาย SEO
ที่มาภาพ: wordpress

WordPress ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก เพราะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งได้แทบไม่จำกัด รองรับทั้งเว็บไซต์องค์กร เว็บไซต์ข่าว บล็อก และ E-commerce ผ่านปลั๊กอินต่าง ๆ

จุดแข็งของ WordPress คือความสามารถด้าน SEO สามารถปรับโครงสร้าง URL, Meta Tag, Schema และความเร็วเว็บไซต์ได้ละเอียด เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการทำ SEO ระยะยาวและสร้าง Content Hub อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม WordPress ต้องดูแล Hosting และความปลอดภัยเอง จึงอาจต้องมีทีมดูแลหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดการ

3. Shopify ระบบครบสำหรับ E-commerce

Shopify ระบบครบสำหรับ E-commerce
ที่มาภาพ: shopify

Shopify ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจขายสินค้าออนไลน์โดยเฉพาะ ระบบมีฟีเจอร์ครบทั้งการจัดการสินค้า ระบบชำระเงิน และการจัดส่ง จุดเด่นคือใช้งานง่ายและเสถียร เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเริ่มขายทันทีโดยไม่ต้องพัฒนาเว็บไซต์เอง

ข้อจำกัดคือค่าใช้จ่ายรายเดือนค่อนข้างสูง และการปรับแต่ง SEO เชิงลึกทำได้ไม่มากเท่า WordPress แม้จะมีเครื่องมือพื้นฐานเพียงพอสำหรับร้านค้าออนไลน์ทั่วไป

4. Webflow ดีไซน์อิสระระดับมืออาชีพ

Webflow ดีไซน์อิสระระดับมืออาชีพ
ที่มาภาพ: Webflow

Webflow เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในหมู่นักออกแบบ เพราะสามารถควบคุม Layout และดีไซน์ได้ละเอียดมาก โครงสร้างโค้ดสะอาด รองรับ SEO ได้ดี และเหมาะกับเว็บไซต์ที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม

อย่างไรก็ตาม Webflow มีเส้นการเรียนรู้สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น และค่าใช้จ่ายอาจไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก จึงเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการความแตกต่างด้าน UX/UI อย่างจริงจัง

5. Squarespace สมดุลระหว่างความสวยและความง่าย

ออกแบบเว็บไซต์ด้วย Squarespace
ที่มาภาพ: quarkly

Squarespace มี Template ที่ออกแบบสวยงาม ใช้งานง่าย และมีระบบครบสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป เหมาะกับธุรกิจบริการ Creative Agency หรือ Personal Brand ที่ต้องการเว็บไซต์ดูดีและจัดการง่าย

ข้อจำกัดคือความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเชิงเทคนิคไม่สูงมาก และเครื่องมือ SEO อยู่ในระดับพื้นฐานถึงกลาง

Website Builder ตัวไหนคุ้มค่าที่สุดในปี 2026

หากคุณวางแผนทำ SEO ระยะยาว WordPress มักเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า เพราะสามารถขยายได้ตามการเติบโตของธุรกิจ หากเน้นขายออนไลน์ Shopify จะตอบโจทย์มากกว่า ส่วนธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเว็บไซต์เร็ว ๆ Wix หรือ Squarespace ก็เพียงพอ

ทั้งนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจทำเว็บไซต์ ควรถามตัวเองให้ชัดว่าเว็บไซต์นี้มีเป้าหมายเพื่ออะไร ต้องการทำ SEO จริงจังหรือไม่ มีแผนขยายธุรกิจออนไลน์หรือเปล่า และมีทีมดูแลเว็บไซต์หรือไม่ เพราะการวางกลยุทธ์ตั้งแต่แรกจะช่วยลดความเสี่ยงในการย้ายระบบ ซึ่งมักมีต้นทุนสูงทั้งเวลาและงบประมาณ

BEP Digital Agency พร้อมช่วยวางแผนทำเว็บไซต์ ตั้งแต่เลือกแพลตฟอร์ม ออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ ไปจนถึงการทำ SEO อย่างเป็นระบบ

{{CTAWebsite="/blog"}}

Blogs Recommended

Become a client

Our clients get the best results when they have our team dedicated to their business for extended periods of time.

This is why we are looking for ongoing collaboration where our professionals are like your team members who just happen to be remote. Ready to move forward?

Blog image
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.

Head Office

719  Mint Tower
Banthat Thong Road, Wang Mai, Pathum Wan district, Bangkok 10330

Phone

095-834-2460

Back to top