หากต้องเลือกทำเพียงอย่างเดียวสำหรับ Local SEO การเริ่มต้นจากการปักหมุดบน Google Business Profile (GBP) มักเป็นจุดที่คุ้มค่าที่สุด
ข้อมูลจาก Whitespark Local Ranking Factors Report 2026 ระบุว่า 8 ใน 10 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออันดับใน Local Pack เกี่ยวข้องกับ Google Business Profile โดยตรง นั่นหมายความว่า หากโปรไฟล์ธุรกิจยังกรอกข้อมูลไม่ครบหรือไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเสียโอกาสในการปรากฏบน Google Maps ตั้งแต่แรก
นอกจากนี้ จากข้อมูลที่รวบรวมโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Local SEO ยังพบว่าโปรไฟล์ที่มีข้อมูลครบถ้วนและได้รับการปรับแต่งอย่างเหมาะสม สามารถเพิ่มจำนวนการกดโทร (Click-to-Call) ได้มากกว่าโปรไฟล์ที่กรอกข้อมูลพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
วิธีทำ Local SEO ผ่าน Google Business Profile ให้ลูกค้าเจอและโทรหาได้ง่ายขึ้น

1. เลือกหมวดหมู่ธุรกิจให้ตรงที่สุด
หมวดหมู่ธุรกิจ หรือ Category เป็นหนึ่งในข้อมูลแรกที่ Google ใช้ทำความเข้าใจว่าธุรกิจของคุณเกี่ยวข้องกับคำค้นหาอะไร
ตัวอย่างเช่น หากเปิดคลินิกทันตกรรม การเลือก "คลินิกทันตกรรม" จะช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจได้ชัดเจนกว่าการเลือกหมวดหมู่กว้าง ๆ อย่าง "คลินิก"
นอกจาก Primary Category แล้ว ยังสามารถเพิ่ม Secondary Category ได้อีกหลายรายการ เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่ควรเลือกเฉพาะหมวดหมู่ที่ตรงกับธุรกิจจริงเท่านั้น
2. กรอกข้อมูลบริการและรายละเอียดธุรกิจให้ครบ
หลายธุรกิจสร้าง Google Business Profile แล้วกรอกเพียงชื่อร้าน เบอร์โทรศัพท์ และเวลาเปิดทำการ จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้
แต่จริง ๆ แล้ว Google มีพื้นที่ให้ใส่ข้อมูลเพิ่มเติมอีกหลายส่วน เช่น
- Services
- Products
- Business Description
- Questions & Answers
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ Google เข้าใจว่าธุรกิจของคุณให้บริการอะไร และเหมาะกับการแสดงผลในคำค้นหาแบบไหน ยิ่งอธิบายบริการได้ละเอียดและชัดเจนเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสปรากฏในคำค้นหาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
3. อัปโหลดรูปภาพใหม่อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก BrightLocal พบว่า ธุรกิจที่มีรูปภาพใน Google Business Profile มากกว่า 100 รูป มีแนวโน้มได้รับสายโทรศัพท์มากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 520%
รูปที่ควรอัปโหลด ได้แก่
- รูปหน้าร้าน
- รูปภายในร้าน
- รูปสินค้า
- รูปผลงาน
- รูปทีมงาน
- รูประหว่างให้บริการลูกค้า
สิ่งสำคัญคือควรเป็นรูปจริงของธุรกิจ เพราะ Google ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความสดใหม่ของข้อมูลมากกว่ารูป Stock ที่พบได้ทั่วไป
สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ การอัปโหลดรูปใหม่ประมาณ 2-4 รูปต่อเดือนก็เพียงพอที่จะช่วยให้โปรไฟล์มีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ
เทคนิคขอรีวิวจากลูกค้าให้ได้ผล และช่วยดันอันดับ Local SEO

รีวิวบน Google ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความน่าเชื่อถือ แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพของธุรกิจด้วย นอกจากจำนวนรีวิวแล้ว Google ยังดูความต่อเนื่องของรีวิวใหม่และการตอบกลับจากเจ้าของธุรกิจอีกด้วย
1. ขอรีวิวทันทีหลังให้บริการ
หลังให้บริการเสร็จเป็นช่วงที่ลูกค้ายังจำประสบการณ์ได้ชัดที่สุด ธุรกิจควรส่งลิงก์รีวิวผ่าน LINE, SMS หรืออีเมลทันที เพื่อให้ลูกค้ากดรีวิวได้ง่าย ยิ่งขั้นตอนสั้นและสะดวก ก็ยิ่งมีโอกาสได้รีวิวใหม่อย่างต่อเนื่อง
2. ตอบรีวิวทุกครั้งที่ได้รับ
การตอบรีวิวช่วยให้ลูกค้าใหม่เห็นว่าธุรกิจใส่ใจผู้ใช้บริการจริง ควรตอบทั้งรีวิวดีและรีวิวเชิงลบอย่างสุภาพ โดยเฉพาะรีวิวเชิงลบควรแสดงความเข้าใจและเสนอทางแก้ไขอย่างมืออาชีพ เพราะคนที่กำลังตัดสินใจมักดูวิธีที่ร้านตอบรีวิวประกอบด้วย
เว็บไซต์ช่วยเปลี่ยนคนค้นหาให้กลายเป็นสายโทรได้อย่างไร?
แม้ลูกค้าจะเจอธุรกิจผ่าน Google Maps แต่ก่อนตัดสินใจโทร หลายคนมักกดเข้าเว็บไซต์เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม หากเว็บไซต์ใช้งานยาก หาข้อมูลไม่เจอ หรือไม่มีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน ลูกค้าอาจปิดหน้าเว็บแล้วไปหาคู่แข่งแทน
1. แสดงเบอร์โทรและช่องทางติดต่อให้เห็นชัด
สิ่งแรกที่ลูกค้าต้องการคือวิธีติดต่อธุรกิจ ดังนั้นเบอร์โทรศัพท์ควรอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย เช่น บริเวณด้านบนของเว็บไซต์ ส่วนท้ายเว็บไซต์ หรือเมนูติดต่อเรา รวมถึงควรมีช่องทางอื่นอย่าง LINE หรือแบบฟอร์มติดต่อสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกโทร
2. มีปุ่ม "โทรเลย" สำหรับผู้ใช้งานมือถือ
ข้อมูลจาก Google ระบุว่า 88% ของผู้ค้นหาธุรกิจท้องถิ่นผ่านมือถือ มีแนวโน้มติดต่อหรือเดินทางไปยังธุรกิจภายใน 24 ชั่วโมง การมีปุ่ม Click-to-Call ที่กดโทรได้ทันทีจึงช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มโอกาสในการได้รับสายจากลูกค้าได้มากขึ้น
3. สร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจโทร
ก่อนติดต่อ ลูกค้าส่วนใหญ่มักมองหาข้อมูลที่ช่วยยืนยันว่าธุรกิจน่าเชื่อถือจริง ไม่ว่าจะเป็นรีวิวจากลูกค้า ผลงานที่ผ่านมา รูปภาพสถานที่จริง หรือรายละเอียดบริการที่ชัดเจน ยิ่งลูกค้าหาข้อมูลสำคัญได้ง่าย ก็ยิ่งตัดสินใจโทรหรือส่งข้อความสอบถามได้เร็วขึ้น
สรุปได้ว่าการเพิ่มยอดโทรจาก Google Maps ไม่ได้เกิดจากการทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน ทั้ง Google Business Profile ที่ครบถ้วน รีวิวที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง และเว็บไซต์ที่ช่วยให้ลูกค้าติดต่อได้ง่าย
เมื่อข้อมูลทุกส่วนสนับสนุนกัน Google จะมองเห็นความน่าเชื่อถือของธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าก็สามารถตัดสินใจโทรหาได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
BEP Digital Agency รับทำ Local SEO ช่วยปรับ Google Business Profile วางกลยุทธ์รีวิว และทำคอนเทนต์เว็บไซต์ เพื่อเพิ่มโอกาสติด Google Maps และสร้างยอดโทรจากลูกค้าในพื้นที่จริง
{{CTA="/blog"}}

